↳ โซลูชัน · งบยิงแอด

ยิงแอด Shopee ควรใช้งบเท่าไหร่ — คำนวณจากกำไร ไม่ใช่จากความรู้สึก

ถามในกระทู้ไทยว่ายิงแอด Shopee ควรใช้งบเท่าไหร่ คำตอบที่ได้คะแนนสูงสุดมักเป็นช่วงตัวเลขตายตัว เช่น “ประมาณ 500–2,000” แล้วต่อท้ายด้วยลิงก์ชวนสมัคร ปัญหาของคำตอบแบบนี้ไม่ใช่ว่ามันผิด แต่คือมันตอบไม่ได้ตั้งแต่ต้น เพราะในตัวเลขนั้นไม่มีข้อมูลของสินค้าที่กำลังจะยิงแอดอยู่เลยสักอย่าง งบวันละ 1,000 บาทเท่ากัน ใจกว้างมากสำหรับ SKU ที่เหลือ margin 40% และพังพินาศสำหรับ SKU ที่เหลือ 9% แต่ตัวเลขเดียวกันนั้นแยกสองกรณีนี้ไม่ออก

จริง ๆ แล้ว Shopee ส่งเครื่องมือที่ขาดไปให้ผู้ขายไทยแล้ว Seller Center สอนว่า อัตราส่วนผลตอบแทนจากการลงทุน (ROI) = ยอดขาย ÷ ค่าใช้จ่าย ซึ่งคือสูตรเดียวกับ ROAS ทุกประการ และสอน CIR (ค่าใช้จ่าย ÷ ยอดขาย) ซึ่งคือสัดส่วนของยอดขายที่ถูกจ่ายเป็นค่าแอดไป[1] สิ่งที่ Shopee ไม่ได้บอกคือ CIR ต้องต่ำกว่าเท่าไรถึงจะคุ้ม ตัวเลขนั้นไม่ได้เป็นคุณสมบัติของแคมเปญ แต่เป็นอัตรา contribution margin ของสินค้า และบน SKU แฟชั่นภายใต้ตารางค่าธรรมเนียมการขายที่มีผลตั้งแต่ 4 สิงหาคม 2569 (2026) มันแคบกว่าที่ผู้ขายส่วนใหญ่คิดไว้มาก[2]

งบไม่ใช่สิ่งที่กรอกเข้าไป แต่เป็นสิ่งที่ตกออกมา หลังจากรู้ว่าออเดอร์หนึ่งจ่ายค่าแอดได้สูงสุดกี่บาท และที่ราคานั้น auction ขายออเดอร์ให้ได้กี่ออเดอร์

ตัวเลขที่ CIR ต้องต่ำกว่า

Contribution margin ต่อออเดอร์คือส่วนที่เหลือจากเงินที่ผู้ซื้อจ่าย หลังหักทุกอย่างที่ผันแปรตามการขาย คือต้นทุนสินค้า ค่าธรรมเนียมของแพลตฟอร์มทุกบรรทัด โค้ดส่วนลดที่ร้านออกเอง และค่าส่งที่ร้านสมทบ เอาไปหารด้วยราคาก็ได้อัตรา contribution margin หรือ m แอดจะคุ้มก็ต่อเมื่อ CIR ต่ำกว่า m พอดี เพราะ CIR คือสัดส่วนของยอดขายที่ยกให้ auction ส่วน m คือสัดส่วนที่ยกได้โดยไม่ขาดทุน

พลิกกลับก็ได้รูปที่คนทำงานคุ้นกว่า คือ break-even ROAS = 1 ÷ m ตัวเลขนี้เป็นคุณสมบัติของสินค้า ไม่ใช่ของแคมเปญ ร้านสองร้านที่ขาย SKU เดียวกัน ราคาเดียวกัน ต้นทุนถึงคลังเท่ากัน มี break-even ROAS เท่ากัน ไม่ว่าร้านหนึ่งจะยิงวันละ 500 บาทและอีกร้านวันละ 50,000 บาท นี่คือเหตุผลที่คำตอบเรื่องงบแบบใช้ได้กับทุกร้านไม่มีทางมีอยู่จริง แต่ วิธีคิด ที่ใช้ได้กับทุกร้านมี

ไล่ทีละบรรทัดบน SKU เดียว

SKU แฟชั่นของร้านทั่วไปที่ไม่ได้อยู่ใน Mall ผู้ซื้อจ่ายจริง 550 บาทหลังหักส่วนลดหน้าสินค้า ต้นทุนถึงคลัง 280 บาท ค่าธรรมเนียมใช้อัตราที่ประกาศจริงในไทย คือค่าธรรมเนียมการขาย 17.12% รวม VAT สำหรับเสื้อผ้าผู้หญิง ค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรม 3.21% และค่าธรรมเนียมโครงสร้างพื้นฐาน 1 บาทก่อน VAT ส่วนร้านออกโค้ดเฉลี่ย 13.50 บาทต่อออเดอร์ และสมทบค่าส่ง 25 บาท

จาก contribution margin ไปเป็นเพดานงบ
ยอดที่ผู้ซื้อจ่าย                                    550.00
− COGS                                            − 280.00
− ค่าธรรมเนียมการขาย        17.12%                −  94.16
− ค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรม   3.21%                −  17.66
− ค่าธรรมเนียมโครงสร้างพื้นฐาน                     −   1.07
− โค้ดร้าน เฉลี่ยต่อออเดอร์                          −  13.50
− ค่าส่งที่ร้านสมทบ                                 −  25.00
──────────────────────────────────────────────────────────
Contribution margin (CM)                             118.61

m          = CM ÷ ราคา       = 118.61 ÷ 550     =   21.6%
BEROAS     = 1 ÷ m                              =    4.64
เพดาน CIR   = m                                  =   21.6%

จ่ายค่าแอดได้สูงสุดต่อออเดอร์ที่แอดทำให้เกิดจริง = 118.61 บาท

ถ้า incrementality = 60%
  จ่ายได้สูงสุดต่อออเดอร์ที่ระบบนับให้แอด          =  71.17 บาท
  ROAS ที่แดชบอร์ดต้องขึ้น = 4.64 ÷ 0.60          =    7.73

จากบล็อกนั้นได้ตัวเลขสองตัว และทั้งสองตัวเป็นการตัดสินใจ 71.17 บาทคือเพดาน bid ถ้าจ่ายเกินนี้ต่อออเดอร์ที่ Shopee นับให้แอด ออเดอร์นั้นขาดทุน ส่วน 7.73 คือเลขที่ต้องเห็นบนแดชบอร์ดจึงจะเรียกว่าคุ้มทุน เมื่อเลิกสมมติว่าออเดอร์ทุกออเดอร์ที่ถูกนับให้แอดเกิดจากแอดจริง แคมเปญที่ขึ้น 5.0 แล้วมีคนชม บนสมมติฐานชุดนี้คืออยู่ใต้น้ำ

งบมาจากไหนกันแน่

ทีนี้ลองจ่ายเงินไล่ขึ้นไปหาเพดานนั้น พองบรายวันสูงขึ้น auction ก็ขายออเดอร์ให้มากขึ้น แต่ออเดอร์ที่เพิ่มมาแต่ละออเดอร์แพงกว่าออเดอร์ก่อนหน้า เพราะคุณกำลังสู้ราคากับ bid ของตัวเองที่ตั้งไว้ก่อนหน้า งบที่ถูกต้องคือจุดที่ออเดอร์ส่วนเพิ่มมีต้นทุนเท่ากับมูลค่าของมันพอดี

งบรายวันเทียบกับต้นทุนส่วนเพิ่ม บน SKU เดียวกัน
ต้นทุนต่อออเดอร์ที่ถูกนับให้แอดออเดอร์ที่ถูกนับต่อวันงบต่อวันกำไรที่เพิ่มขึ้นต่อวัน
456270+157
6011660+123
7114994+2
85171,445−235

เพดานตกอยู่ราว 994 บาทต่อวัน หรือประมาณ 30,000 บาทต่อเดือนสำหรับ SKU นี้ คำตอบในกระทู้ที่ว่า “500–2,000” คร่อมเลขนี้อยู่พอดี ซึ่งเป็นสิ่งที่ดีที่สุดที่พูดถึงมันได้ แต่พอเปลี่ยนตัวแปรเดียว ช่วงนั้นก็ไม่ครอบคำตอบอีกต่อไป ถ้าต้นทุนถึงคลังขยับจาก 280 เป็น 350 บาท contribution margin เหลือ 48.61 บาท break-even ROAS พุ่งเป็น 11.31 และเงินที่จ่ายได้สูงสุดต่อออเดอร์ที่ถูกนับให้แอดหล่นลงมาเหลือราว 29 บาท บน SKU นั้น งบวันละ 500 บาทคือจ่ายเกินไปแล้ว

ลำดับการตั้งงบ

  1. 1

    คำนวณ m ทีละ SKU ไม่ใช่ทีละแคมเปญ

    เอาราคาที่ผู้ซื้อจ่ายจริง ลบต้นทุนถึงคลัง ลบค่าธรรมเนียมการขายของหมวดนั้น ลบค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรม ลบค่าธรรมเนียมต่อออเดอร์แบบคงที่ ลบโค้ดร้านเฉลี่ย และลบส่วนของค่าส่งที่ร้านรับไว้ แล้วหารด้วยราคา นั่นคือ m แคมเปญที่รวม SKU ซึ่งมี m ต่างกันไว้ด้วยกัน ไม่มีงบที่ถูกต้องเพียงค่าเดียว ซึ่งเป็นเหตุผลให้แยกแคมเปญ ไม่ใช่เหตุผลให้เฉลี่ย

  2. 2

    แปลง m เป็นเพดาน bid ไม่ใช่ ROAS target

    break-even ROAS = 1 ÷ m บอกว่าแคมเปญผ่านเกณฑ์หรือไม่ แต่ตัวเลขที่เอาไปทำอะไรได้จริงคือหน่วยบาท คือเงินสูงสุดที่จ่ายได้ต่อออเดอร์ที่แอดทำให้เกิดจริง ซึ่งเท่ากับ CM เอง เพดาน bid บังคับได้จริงเป็นราย keyword ส่วน ROAS target คือความหวังที่บอกกับ auction

  3. 3

    หารเพดานด้วย incrementality ก่อนเอาไปใช้

    Shopee นับออเดอร์ที่จะเกิดอยู่แล้วให้เป็นผลงานของแอดด้วย ให้หารเพดานด้วย incrementality ที่สมมติไว้ เพื่อได้เลขต่อออเดอร์ที่ระบบนับให้แอด และหาร break-even ROAS ด้วยตัวเดียวกันเพื่อได้เลขที่ต้องเห็นบนแดชบอร์ด การใช้ 100% เพราะมันเป็นค่าตั้งต้น คือสมมติฐานที่แพงที่สุดในการยิงแอดบนมาร์เก็ตเพลสไทย

  4. 4

    ปล่อยให้งบเป็นผลลัพธ์

    ค่อย ๆ ดันเพดานงบรายวันขึ้นตราบใดที่ต้นทุนจริงต่อออเดอร์ที่ถูกนับให้แอดยังต่ำกว่าเพดาน แล้วหยุดเมื่อมันข้ามเส้น ตัวเลขที่หยุดตรงนั้นคืองบ มันจะไม่ลงตัวสวย จะไม่ตรงกับสูตรของใคร และจะขยับเมื่อต้นทุนหรือตารางค่าธรรมเนียมขยับ ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่ถูกต้อง ไม่ใช่ข้อบกพร่อง

  5. 5

    คำนวณใหม่ทุกครั้งที่ตารางค่าธรรมเนียมเปลี่ยน

    Shopee ปรับค่าธรรมเนียมการขายขึ้นเมื่อ 4 สิงหาคม 2569 (2026) โดย 1,382 จาก 1,437 หมวดย่อยขึ้น 2% ก่อน VAT[3] เพดานงบทุกตัวที่คำนวณไว้ก่อนวันนั้นสูงเกินไปแล้ว ราวสองจุดของ m บนเกือบทุกหมวด งบที่ไม่เคยขยับหลังค่าธรรมเนียมเปลี่ยน ไม่ใช่นโยบายที่นิ่ง แต่คืองบที่ค้างอยู่กับตารางเก่า

ตรงไหนที่วิธีนี้ใช้ไม่ได้

  • incrementality อ่านจาก Seller Center ไม่ได้ ค่าที่ตรงไปตรงมาที่สุดมาจากการทำ holdout คือหยุดแคมเปญแบบมีการควบคุมแล้ววัดว่าออเดอร์เปลี่ยนไปเท่าไร ไม่ใช่จากเลขที่พิมพ์ลงช่องกรอก ทุกอย่างที่คำนวณต่อจากสมมติฐานนี้รับค่าความคลาดเคลื่อนของมันไปด้วย
  • ตารางต้นทุนส่วนเพิ่มเป็นเลขคณิตที่ทำไว้ให้เห็นรูปร่างของการแลกได้แลกเสีย Shopee ไม่ได้ประกาศเส้นความสัมพันธ์ระหว่าง bid กับปริมาณออเดอร์ ตารางจริงจึงต้องประมาณจากข้อมูลค่าแอดและออเดอร์ย้อนหลังของร้านเอง และมันขยับตามพฤติกรรมคู่แข่ง ฤดูกาล และช่วงแคมเปญ
  • ค่าธรรมเนียมแต่ละบรรทัดใช้ฐานคำนวณคนละฐาน ค่าธรรมเนียมการขายคิดจากราคาตั้งหักส่วนลดที่ร้านรับผิดชอบ ส่วนค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรมคิดจากมูลค่าคำสั่งซื้อบวกค่าขนส่งบวกส่วนลดที่ Shopee รับผิดชอบบวก Shopee Coin การใช้ยอดที่ผู้ซื้อจ่ายกับทั้งสองบรรทัดจึงใกล้เคียง แต่ไม่ตรงเป๊ะ
  • contribution margin ในหน้านี้ยังไม่หักออเดอร์คืน ค่าคอมมิชชั่นที่จ่ายให้ affiliate และต้นทุนสินค้าที่ขยับไปแล้ว ซึ่งทั้งสามอย่างกด m ให้ต่ำลงอีก หน้าคู่กันคิดเลขให้ครบ และเมื่อรวมเข้ามา เพดานทุกตัวในหน้านี้จะต่ำลง
  • DataGlass ปรับงบยิงแอดบน Shopee ส่วน Lazada และ TikTok Shop เราอ่านข้อมูลได้ แต่ไม่ได้ bid ให้บน Lazada และการ bid บน TikTok Shop ยังไม่ได้เปิดใช้เป็นการทั่วไป เลขคณิตในหน้านี้ย้ายไปใช้กับแพลตฟอร์มไหนก็ได้ แต่ระบบอัตโนมัติย้ายตามไม่ได้

ต้นทุนที่หน้านี้ยังไม่ได้หัก ถูกคิดขนาดไว้ในหน้าคู่กัน: ขายของ Shopee แล้วขาดทุน.

เอาราคา ต้นทุน และอัตราค่าธรรมเนียมของร้านตัวเองไปคำนวณด้วยเลขชุดเดียวกัน พร้อมสไลเดอร์ incrementality: เครื่องคำนวณ ROAS จุดคุ้มทุน.

↳ วิธีการเก็บข้อมูล

อัตราค่าธรรมเนียมมาจากชุดข้อมูลค่าธรรมเนียมมาร์เก็ตเพลสของ DataGlass (เวอร์ชัน 2026.08.25 ตรวจสอบล่าสุด 25 สิงหาคม 2569) ซึ่งถอดมาจากเอกสารค่าธรรมเนียมที่ Shopee ประเทศไทยประกาศเองและมีวันที่กำกับ อัตราหนึ่งจะถูกเผยแพร่ก็ต่อเมื่อแพลตฟอร์มประกาศไว้เอง หน้าต้นทางมีวันที่ แหล่งข้อมูลระบุการรวม VAT ไว้เองไม่ใช่การอนุมาน และมีคนเปิดอ่านตัวเลขนั้นจริง ชุดข้อมูลนี้เผยแพร่ภายใต้ CC BY 4.0 และเครื่องอ่านได้

ตัวเลขระดับออเดอร์ — จ่ายจริง 550 บาท ต้นทุน 280 บาท โค้ดเฉลี่ย 13.50 บาท ค่าส่งที่ร้านสมทบ 25 บาท และ incrementality 60% — เป็นค่าสมมติที่กำกับไว้ ไม่ใช่ค่าที่วัดจากบัญชีลูกค้าของ DataGlass ส่วนตารางต้นทุนส่วนเพิ่มเป็นการคำนวณบนสมมติฐานชุดนั้น เลือกมาให้เห็นรูปร่างของต้นทุนที่ไต่ขึ้น ไม่ใช่เส้น bid ที่วัดมาจริง และไม่มีจุดใดในหน้านี้ที่อ้างว่าวัดกำไรที่เพิ่มขึ้นได้

แหล่งอ้างอิง

  1. Shopee ประเทศไทย — ศูนย์การเรียนรู้ผู้ขายและศูนย์การเรียนรู้ Shopee Ads: สูตร ROI ที่สอนผู้ขายไทย (ยอดขาย ÷ ค่าใช้จ่าย) และ CIR ซึ่งเป็นส่วนกลับของกันและกัน seller.shopee.co.th/edu. Shopee Ads ประเทศไทย — นิยาม ROAS และกลไกการ bid แบบ Target ROAS ads.shopee.co.th
  2. Shopee ประเทศไทย — นโยบายค่าธรรมเนียม และตารางค่าธรรมเนียมการขายตามหมวดหมู่สินค้า มีผล 4 สิงหาคม 2569 (7.49–17.12% ร้านทั่วไป รวม VAT แล้ว) พร้อมค่าธรรมเนียมการทำธุรกรรม 3.21% help.shopee.co.th
  3. ชุดข้อมูลค่าธรรมเนียมมาร์เก็ตเพลส (ประเทศไทย) ของ DataGlass เวอร์ชัน 2026.08.25 — บันทึกการเปลี่ยนแปลงที่ระบุวันที่: 1,382 จาก 1,437 หมวดย่อยของ Shopee ปรับขึ้น 2% ก่อน VAT เมื่อ 4 สิงหาคม 2569 เผยแพร่ภายใต้ CC BY 4.0 /research/marketplace-fees
  4. บทความเชิงปฏิบัติที่ใช้เลขคณิตชุดเดียวกัน: ตั้ง target ROAS สำหรับ GMV Max, คำนวณ True ROAS ของ Shopee, ลดค่าโฆษณาเสียเปล่าบน Shopee.

ให้งบถูกคำนวณใหม่ทุกวัน

DataGlass คำนวณ contribution margin และ break-even ROAS ทีละ SKU จากข้อมูลใบสรุปยอดของร้านคุณเอง แล้วเสนองบ Shopee ของพรุ่งนี้โดยมีขอบเขตความเสียหายกำกับไว้ พร้อมแสดงตัวแปรที่โมเดลใช้เบื้องหลังทุกตัวเลข ใช้ฟรี 14 วันแรก

เริ่มใช้งานฟรี

หยุดเดา ให้ DataGlass ช่วยเพิ่มกำไร

ร่วมกับผู้ขายที่ใช้ DataGlass เปลี่ยนข้อมูลร้านให้เป็น Action ถัดไปที่เพิ่มกำไรสูงสุด สำหรับโฆษณา ราคา โปรโมชั่น และสต๊อกสินค้า