POAS คืออะไร?

POAS (profit on ad spend) คือ contribution ที่แคมเปญสร้างได้ หารด้วยเงินที่แคมเปญนั้นใช้ไป ต่างจาก ROAS ที่เอายอดขายหารด้วยเงินก้อนเดียวกัน เนื่องจาก contribution คือยอดขายหลังหักต้นทุนสินค้า ค่าคอมมิชชั่น ค่าธรรมเนียมธุรกรรมและการชำระเงิน voucher ที่ร้านออกเอง ส่วนแบ่งค่าส่งฟรี และค่าจัดส่ง POAS จึงต่ำกว่า ROAS เสมอ โดยทั่วไปต่ำกว่าสามถึงห้าเท่าบนโครงสร้างต้นทุนของมาร์เก็ตเพลสไทย ความต่างในทางปฏิบัติคือ POAS มีจุดคุ้มทุนคงที่ที่ 1.0 อ่านได้ทันที ขณะที่ ROAS มีจุดคุ้มทุนเปลี่ยนไปตาม margin ของสินค้าแต่ละตัว แคมเปญที่ POAS เท่ากับ 1.0 คืนเงินเท่าที่ใช้ไปพอดี ส่วนแคมเปญที่ ROAS เท่ากับ 1.0 เสียเงินไปเกือบทั้งหมด

01/สูตร

สูตร

POAS = กำไรที่ระบบ attribution บันทึกให้โฆษณา / ค่าโฆษณา
     = (ยอดขาย x อัตรา contribution) / ค่าโฆษณา
     = ROAS x อัตรา contribution

POAS คุ้มทุน = 1.0 เท่ากันทุกสินค้า เสมอ
ROAS คุ้มทุน = 1 / อัตรา contribution ต่างกันทุกสินค้า

ตัวอย่าง

แคมเปญ Shopee: ใช้งบ ฿10,000 ยอดขายที่ระบบบันทึกให้ ฿62,000
สินค้าที่ยิงแอดเหลือ contribution ก่อนค่าโฆษณา 27.7%

ROAS = 62,000 / 10,000 = 6.20
POAS = 6.20 x 0.277 = 1.72
กำไรหลังค่าโฆษณา = 62,000 x 0.277 − 10,000 = ฿7,174

แคมเปญเดียวกันถ้าอัตรากำไรเหลือ 15%:
POAS = 6.20 x 0.15 = 0.93  ->  ขาดทุน ฿700

02/รายละเอียด

POAS ต่างจาก ROAS อย่างไร?

ต่างกันแค่ตัวเศษ และการเปลี่ยนตัวเศษตัวเดียวนี้เองที่ทำให้ POAS เทียบข้ามสินค้าได้ ROAS เอายอดขายที่ระบบบันทึกให้หารด้วยค่าโฆษณา เกณฑ์ผ่านของมันจึงขยับตาม margin สินค้าที่กำไร 40% ผ่านที่ 2.5 ส่วนสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่กำไร 12% ต้องได้ 8.33 การตั้งเป้า ROAS ตัวเดียวทั้งร้านจึงเทงบให้ตัวหนึ่งมากเกินและอดอีกตัวหนึ่ง POAS เอา contribution ที่ระบบบันทึกให้หารด้วยค่าโฆษณาก้อนเดียวกัน ซึ่งหักล้างความต่างของ margin ออกไป เหลือเส้นเดียวที่ 1.0 ที่แปลความเหมือนกันทุกสินค้า ทุกแคมเปญ ทุกแพลตฟอร์ม นี่คือเหตุผลที่การตัดสินใจระดับพอร์ต — ว่าเงินบาทถัดไปควรไปที่แคมเปญไหน — พูดด้วย POAS ง่ายกว่าพูดด้วย ROAS มาก

POAS เท่าไรถึงเรียกว่าดี?

เกิน 1.0 แปลว่าแคมเปญคืนทุนได้ แต่ 1.0 ไม่ใช่เป้า มันคือพื้น และเป็นพื้นที่ยังเข้าข้างตัวเองอยู่ มีสองข้อที่ต้องแก้ซึ่งดันเป้าที่ใช้จริงให้สูงขึ้น ข้อแรก กำไรที่ระบบ attribution บันทึกให้ไม่เท่ากับกำไรส่วนเพิ่มที่โฆษณาสร้างจริง ยอดขายบางส่วนเกิดขึ้นอยู่แล้วแม้ไม่ยิงแอด ตัวเศษที่ซื่อสัตย์จึงเล็กกว่าที่รายงาน ข้อสอง POAS ที่คำนวณตามปกติเป็นค่าเฉลี่ยของทุกอย่างที่แคมเปญซื้อมา แต่การตัดสินใจว่าจะใส่เงินเพิ่มอีกบาทขึ้นกับผลตอบแทนส่วนเพิ่ม ซึ่งต่ำกว่าเสมอ บนพาเนล Shopee ของเราเอง 80+ ร้านไทย หกช่วงเวลาของวันให้ POAS อยู่ระหว่าง 2.25 ถึง 3.63 บนฐาน attribution สูงกว่าจุดคุ้มทุนสบาย ๆ ในฐานะค่าเฉลี่ย และไม่ได้บอกอะไรเลยว่าเงินบาทถัดไปในช่วงที่ดีที่สุดจะคืนอะไรกลับมาบ้าง

POAS   ความหมาย
< 1.0  แคมเปญกินกำไรมากกว่าที่สร้างได้
= 1.0  คุ้มทุน ก่อนปรับเรื่อง incrementality
1–2    เป็นบวกแต่บาง ให้ดูค่าส่วนเพิ่ม ไม่ใช่ค่าเฉลี่ย
> 2    สุขภาพดีบนฐาน attribution แต่ยังเป็นค่าเฉลี่ยอยู่ดี

ทำไมแดชบอร์ดของแพลตฟอร์มไม่แสดง POAS?

เพราะแพลตฟอร์มไม่มีข้อมูลที่ต้องใช้ การคำนวณ POAS ต้องมีต้นทุนสินค้าต่อชิ้น ซึ่งไม่มีมาร์เก็ตเพลสไหนรู้ บวกกับการกระจายค่าคอมมิชชั่นตามหมวด ค่าธรรมเนียมธุรกรรมและการชำระเงิน ส่วนของ voucher ที่ร้านออกเอง ส่วนแบ่งค่าส่งฟรี และเงินกันสำรองสินค้าตีกลับ ลงไปถึงระดับรายการสั่งซื้อรายบรรทัด แพลตฟอร์มรายงานสิ่งที่คำนวณได้จากบัญชีของตัวเอง คือยอดขายที่บันทึกให้หารด้วยค่าโฆษณา นั่นไม่ใช่การปิดบัง แต่แปลว่าตัวชี้วัดที่แสดงเป็นค่าตั้งต้นเป็นตัวที่ผู้ขายต้องหาเกณฑ์ผ่านมาจากนอกระบบเอง และส่วนใหญ่ไม่ได้หา นี่คือวิธีที่ ROAS ดูดีอยู่ร่วมกับยอดเงินในบัญชีที่ลดลงได้

03/ทำไมจึงสำคัญ

กับดักในหนึ่งย่อหน้า

POAS เป็นตัวหารร่วมตัวเดียวที่ใช้ได้กับแคตตาล็อกที่มีสินค้าหลากหลาย ถ้าไม่มีมัน การเทียบแคมเปญบนสินค้ากำไร 40% กับแคมเปญบนเครื่องใช้ไฟฟ้ากำไร 12% คือการเทียบ ROAS สองตัวที่เกณฑ์ผ่านต่างกัน 3.3 เท่า เป็นกับดักทางเลขที่ส่งงบไปหาสินค้าที่แบกไม่ไหวที่สุดอย่างสม่ำเสมอ พอมี POAS ทั้งสองแคมเปญอ่านกับเส้นเดียวกัน การจัดสรรงบจึงกลายเป็นปัญหาการจัดอันดับ ไม่ใช่การใช้วิจารณญาณทีละแคมเปญ

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

คิดว่า POAS เกิน 1.0 คือหลักฐานว่าแคมเปญคุ้มค่าที่จะใส่งบต่อ POAS เป็นค่าเฉลี่ยบนฐาน attribution มันให้เครดิตยอดขายที่โฆษณาไม่ได้สร้าง และถูกดันขึ้นด้วยทราฟฟิกช่วงแรกที่ถูกและปิดการขายดี แคมเปญที่ POAS เฉลี่ย 1.7 อาจกำลังขาดทุนกับเงินบาทส่วนเพิ่มอยู่ ในขณะที่ตัวเลขที่รายงานยังเป็นบวกสบาย ๆ

04/ใน DataGlass

POAS ถูกใช้ใน DataGlass อย่างไร

DataGlass คำนวณกำไรต่อรายการสั่งซื้อรายบรรทัดจากการประกอบเศรษฐศาสตร์ของออเดอร์ขึ้นใหม่ — ต้นทุนสินค้า ค่าคอมมิชชั่นตามหมวด ค่าธรรมเนียมธุรกรรมและการชำระเงิน voucher ส่วนแบ่งค่าส่งฟรี ค่าจัดส่ง และเงินกันสำรองสินค้าตีกลับ — POAS จึงดูได้รายแคมเปญ รายสินค้า และรายแพลตฟอร์ม ไม่ใช่แค่ค่าประมาณระดับร้าน คำแนะนำเรื่องแคมเปญจัดอันดับด้วยกำไรที่คาดว่าจะเพิ่ม ซึ่งเป็นปริมาณเดียวกับที่ POAS รายงานในรูปอัตราส่วน

05/แหล่งอ้างอิง

  1. [1]
    Shopee Thailand — ค่าคอมมิชชั่นและค่าธรรมเนียมผู้ขาย

    ช่วงค่าคอมมิชชั่น ค่าธรรมเนียมธุรกรรมและการชำระเงิน และกลไก Shop Voucher — รายการหักที่แยกยอดขายใน ROAS ออกจากกำไรใน POAS

  2. [2]
    DataGlass — Marketplace benchmarks (ชุดข้อมูลเปิด CC BY 4.0)

    ช่วง POAS ที่วัดได้ 2.25 ถึง 3.63 ในหกช่วงเวลาของวัน คำนวณจากคลิก Shopee 9.11 ล้านครั้ง โดยใช้ margin จริงของสินค้าที่แต่ละแคมเปญยิงแอดเอง

คำศัพท์ที่เกี่ยวข้อง

หยุดเดา ให้ DataGlass ช่วยเพิ่มกำไร

ร่วมกับผู้ขายที่ใช้ DataGlass เปลี่ยนข้อมูลร้านให้เป็น Action ถัดไปที่เพิ่มกำไรสูงสุด สำหรับโฆษณา ราคา โปรโมชั่น และสต๊อกสินค้า